มูลนิธิช่วยการศึกษาบุตรครูและบุคลากรทางการศึกษา
Image
มูลนิธิช่วยการศึกษาบุตรครูและบุคลากรทางการศึกษา

อักษรย่อว่า “ม.ชศค”


ประวัติความเป็นมา

          คณะอนุกรรมการส่งเสริมสวัสดิการทางคุรุสภาได้ประชุมเมื่อปี พ.ศ. 2505  ได้ประชุมเมื่อ  ปี พ.ศ. 2505  ซึ่งมี  ขุนคงฤทธิ  ศึกษากร เป็นประธานพิจารณาเห็นว่าควรจัดให้มีทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือบุตรสมาชิกคุรุสภาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์  โดยนำเงินที่มีอยู่บริจาคในงานวันครู พ.ศ. 2506 เป็น  ทุนจัดตั้งมูลนิธิและหาดอกผลมาเป็นมาเป็นค่าใช้จ่ายและได้นำเสนอคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา
          ต่อมาเจ้าหน้าที่คุรุสภาประจำจังหวัดต่างๆ  ได้รวบรวมเงินซึ่งคณะครู ข้าราชการ พ่อค้า เเละประชาชนบริจาคในงานวันครู  เงินคุรุสภาส่วนจังหวัดส่งมาสมทบเป็นเงินทุนมูลนิธิฯ  ประธานมูลนิธิได้จัดซื้อพันธบัตรรัฐบาลไว้เป็นคราวๆไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2507  รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน)
          คณะกรรมการมูลนิธิฯ  ได้ให้ทุนแก่บุตรสมาชิกคุรุสภาเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. 2507 เป็นต้นไป  โดยให้แก่นักเรียนฝึกหัดครู  ป.กศ. ปีที่ 1  จังหวัดละ 1 ทุน  รวม 83 ทุน ทุนละ 800 บาท ผู้ที่ได้รับทุนสอบไล่ได้เลื่อนชั้นจะได้รับทุนต่อกันไปจนเรียนจบหลักสูตร
          ต่อมาในปี  พ.ศ. 2505  นาย นาค  เทพหัสดิน ณ อยุธยา  เลขาธิการคุรุสภา  ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  ได้มีนโยบายที่จะขยายการให้ทุนต่อไปในชั้น ป.กศ. สูง  และชั้นปริญญา  จึงได้บอกบุญเรี่ยไรไปยังศึกษาธิการจังหวัด  ศึกษาธิการอำเภอ  ส่วนราชการต่างๆ  สมาคม  และบริษัท ห้างร้านตลอดจนท่านผู้ใจบุญบริจาคสมทบอีก 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ในการบริจาคครั้งนี้  บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย  ได้มีจิตศรัทธาบริจาคหุ้นของบริษัทฯให้แก่มูลนิธิฯ จำนวน 1,099 หุ้น  มีมูลค่าหุ้นละ 100 บาท  บริษัท สินอุตสาหกรรมไทย 33 หุ้น หุ้นละ 100 บาท  บริษัท อุตสาหกรรมกระดาษไทย 5 หุ้น หุ้นละ 1,000 บาท
          ปัจจุบันได้มีการตราพระราชบัญญัติสภาครู  และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546  มาตรา 67 บัญญัติให้มีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา  มีอำนาจเป็นนิติบุคคลในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 9 กันยายน 2546  เรื่อง การโอนบรรดากิจการ เงิน ทรัพย์สิน หนี้ สิทธิต่างๆของคุรุสภาตามพระราชบัญญัติ  พุทธศักราช 2488  ไปเป็นของคุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ     และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.)  ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546  โดยโอนกิจการมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาบุตรบุคลากรคุรุสภา   ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และต่อมาได้เปลี่ยนแปลงชื่อมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาบุตรบุคลากรคุรุสภามาเป็น “มูลนิธิการศึกษาบุตรครูและบุคลากรทางการศึกษา”

วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
          เพื่อเป็นการช่วยเหลือการศึกษาของบุตรครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีความจำเป็นและสมควรได้รับการช่วยเหลือ เป็นทุนให้เปล่าโดยไม่มีข้อผูกพันใด ๆ ทั้งสิ้น และให้ต่อเนื่องกันไปจนจบหลักสูตร


 มูลนิธิช่วยการศึกษาบุตรครูและบุคลากรทางการศึกษา