สกสค. ร่วมหารือแก้หนี้ครู ศธ. ผนึกกำลัง เกษตรฯ เร่งหาทางออกภายใน 30 วัน

Publish Date Icon

3 ก.ย. 2569

รายละเอียด

สกสค. ร่วมหารือแก้หนี้ครู
ศธ. ผนึกกำลัง เกษตรฯ เร่งหาทางออกภายใน 30 วัน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกทั้งคณะผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเที้ยะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนหน่วยงานจากกระทรวงศึกษาธิการ นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายภักดี จันทร์เกษ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมประชุม 

ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. นายสมใจ วิเศษทักษิณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. พร้อมด้วย นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร

การหารือในครั้งนี้ เป็นการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหานี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการระบุว่าปัญหาหนี้สินครูนโยบายแรกที่ให้ความสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรครูในภาพรวม และต้องการให้ทั้ง 2 กระทรวง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหานี้ครูที่ดำเนินการได้จริง ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง สมาชิก 862,539 ราย ทุนดำเนินงาน 1,237,766 ล้านบาท 

          จากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ มุ่งหวังบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนปรนภาระหนี้สินให้กับสมาชิกออมทรัพย์ครู และหาจุดร่วมเพื่อให้ครูส่วนใหญ่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในแต่ละเดือนและไม่กระทบต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดหัวข้อในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 3 ประเด็น คือ 

1. การปรับหาแนวทางในการจัดตั้งสหกรณ์กลางเข้ามาเป็นองค์กรกลางในการแก้ไขปัญหาดังล่าว รวมถึงการพิจารณาถึงระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงให้ทันกับการดำเนินงานของสหกรณ์ยุคสมัย ในปัจจุบัน 

2. มาตรการในการหักส่งชำระหนี้สหกรณ์ โดยให้สมาชิกมีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างน้อย ร้อยละ 30 ของเงินได้รายเดือน และการใช้ระบบ Credit Lock เครื่องมือในการควบคุมทางการเงิน เพื่อไม่ให้ก่อหนี้เพิ่ม

3. การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะต้องหารือกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อวางแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของบุคลากรครูทั้งในปัจจุบันและอนาคต

นอกจากนี้ ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายนายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกล่าวเน้นย้ำว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และจะเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยจะร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นไปอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์มีแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกในเรื่องมาตรการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่านกลไกภาครัฐ การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการจัดหาแหล่งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและเสริมสภาพคล่องให้แก่สมาชิกสหกรณ์ การใช้เครื่องมือ Credit Lock เพื่อเสริมสร้างวินัยทางการเงินและป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ และการพิจารณาให้เงินกู้ยืมแก่สมาชิกตามหลักการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ และการบริหารความเสี่ยงในการให้เงินกู้ ซึ่งคณะทำงานของทั้งสองกระทรวงจะประชุมหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน 

กัลยรัตน์ : ภาพ/ข่าว/อินโฟกราฟิก
กทส.สอ.สกสค.

คลังภาพ